2007/Jun/15

ใครจะรู้บ้างว่า หมานี่ก็อยากรู้อยากเห็นเหมือนกับคนน่ะ เมื่อวานโทรไปหาแม่ เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องไปหาแม่ ก็เลยถามไถ่ว่าต้องการอะไรไหม เพราะบ้านแม่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติมาก แหล่งอาหารน้อยจึงจำเป็นต้องซื้อเขาไป แต่จะบอกว่าบรรยากาศดีมาก เงียบสงบ

ปุ๊กปิ๊กเป็นหนึ่งในหมาสามตัวที่อยู่บ้านแม่ เราเป็นคนเอามาเอง แต่บ้านเก่าริมคลองนี้จะไม่มีใครดูแลปุ๊กปิ๊ก ตอนนี้ปุ๊กปิ๊กอายุก็ 7 เดือนแล้วปุ๊กปิ๊กเป็นหมาไฮเปอร์ มีพลังเต็มร้อย บ้าพลัง ถึงจะตัวเมีย แต่นิสัยสุดๆ พี่สาวเคยเล่าว่านิสัยเหมือนเรา อ๋อ เจ้าอารมณ์ไง ไม่ได้ดั่งใจนั้นเธอก็ร้องๆๆๆๆๆ เฮ้อ กลุ้มจัง

เมื่อวานพี่สาวเราว่า บ้านข้างๆ เอารถปูนมาเทหน้าบ้าน ซึ่งบ้านเขากับบ้านแม่ติดกัน ปุ๊กปิ๊กนั้นถ้าได้ยินเสียงหรือคนแค่เดินผ่าน นกบินโฉม เธอก็จะเห่าตลอด บางครั้งต้องดุ ตัวปุ๊กปิ๊กก็ไม่ใช่หมาใหญ่อะไร ขอบอกตัวเท่าลูกหมา เมื่อวานปุ๊กปิ๊กสนใจรถเทปูนมาก พี่สาวต้องอุ้มให้ดู ถ้าเราอุ้มเราจะสอนว่า อยากไปนอกแช่ในปูนไหม จะพาไป 5555

(รักน่ะ 24 ชั่วโมง แต่หยอกเล่น...อิอิ)


edit @ 2007/06/15 17:32:01
edit @ 2007/06/16 00:39:25

2007/Jun/15

ทุกเช้าเราจะดูข่าวก่อนเดินทางมาทำงานที่กล้วยน้ำไท เราจะดูข่าวทุกช่อง แล้วก็เริ่มแปลกใจอย่างยิ่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เปิดไปช่อง 3 ทำไมไม่เห็น ม.ล. ปลื้มล่ะ คุณปลื้มไปไหน (คิดในใจ)

วันนั้นก็มาถามป้าแม่บ้านที่บริษัทเหมือนกัน "ป้า...ป้า คุณปลื้มไปไหน ไม่เห็นมาอ่านข่าวเลย" ป้าบอกว่า "ลา"

" อ้าวเหรอ" ทำไมเราไม่รู้นี่ ผ่านมาวันพุธก็แล้ว วันพฤหัสก็แล้ว จนมาวันนี่ วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน คุณปลื้มยังไม่มาอีก (สงสัยไปธุระเมืองนอกมั้ง)

ทุกเช้าที่ทำงานเราต้องเปิดคอมพิวเตอร์เพื่ออ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ต แล้วเราก็เจอข่าวขวัญใจของเรา ก็รีบอ่านๆๆๆ ข่าวจากหนังสือพิมพ์ 4 ฉบับ ถึงได้รู้ข้อเท็จจริงของการลาออก นั่นคือ จุดยืนในการนำเสนอข่าว ที่คุณปลื้มจะไม่เน้นข่าวอาชญากรรมมากนัก ไม่เน้นตัวบุคคล เพราะการนำเสนอข่าวแบบนี้ เราเรียกว่า ข่าวชาวบ้าน ที่หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ชอบนำเสนอ ที่เราชอบเพราะวิธีการนำเสนอข่าวของคุณปลื้มนั้นเป็นที่น่าสนใจ มีเสน่ห์ที่จะให้คนดูข่าวสนใจ มีการพูดที่ฉะฉาน วิเคราะห์ได้ดีทีเดียวเราเสียดายน่ะ เราเคยดูคุณปลื้มอ่านข่าวภาษาอังกฤษที่ช่อง 11 อ่านและภาษาน่าฟังมาก

เฮ้อ...เมื่อไหร่เราจะมีนักข่าวรุ่นใหม่เก่งๆ มีจุดยืนแบบ ม.ล.ณัฎฐกรณ์ เทวกุล ต้องสมัครเป็นแฟน(คลับ)แล้วล่ะเรา อิอิ


edit @ 2007/06/15 17:32:23

2007/Jun/04

ถ้าคุณได้พบชื่อเพื่อนสมัยเด็กโดยบังเอิญทางอินเตอร์เน็ตคุณจะทำอย่างไร เราหรือดีใจสิ ใครจะคิดว่าเออ...เกือบยี่สิบปีแล้วสินะที่ไม่ได้เจอกันเลย

ด้วยความคิดและความไม่แน่ใจว่าจะใช่เพื่อนไหม...เอ้าลองดูแล้วกัน จึงได้เขียนโปสการ์ดไปทักทายเพื่อนคนนี้ หากจะเล่าเรืองอดีตสมัยเรียน ม.ต้น คือเราไม่เคยคุยกันเลย ได้แต่มองหน้า ในความรู้สึกตอนนั้นเออเขาเป็นคนเงียบดีน่ะ ไม่ค่อยพูด เรียนก็เก่งกว่าเรา แต่กับเรา มันมีความรู้สึกกดดัน ทำไมหรือ เพราะเรามาอยู่ห้องคิงส์ ที่มีเด็กเรียนทั้งนั้น เราเรียนปานกลาง ทำอะไรก็ต้องไล่ให้ทันคนเก่ง คือต้องขยันเป็นสองเท่าทั้งที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนสักเท่าไหร่

พอขึ้นม. ปลาย เราได้เลือกเรียนสายศิลป์ เพื่อนคนนี้เรียนสายวิทย์ เราได้เรียนในสิ่งที่เราชอบนั้นคือ ศิลปะ วาดรูป จากเด็กที่ดูเรียบร้อย เก็บกด ก็ได้กลายเป็นคนพูดมาก ทำอะไรได้ดั่งใจ ตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีเพื่อนซี้ๆ กัน 6 คน ส่วนมากถ้าเจอเพื่อนคนนี้ก็จะยิ้มให้ ในความรู้สึกหรือ? เขาเป็นคนเงียบนะ ยิ้มเก่ง มีความรู้สึกดีๆ ให้ หากมองในมุมกลับกัน คนพูดมากไม่ชอบมักมองคนเงียบๆๆ (จะได้ไม่แย่งพูด)

ปัจจุบัน หลังจากได้ส่งโปสการ์ดไปให้ ได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิด นั่นคือการแอด MSN เข้ามาทักทาย มีการพูดคุยเป็นครั้งแรก เพราะอย่างที่บอกคือ สมัยเด็กไม่เคยคุยกันเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกัน ได้เล่าความเป็นมา

ใครจะคิดบ้างว่าเขามีปัญหาทางครอบครัว และไม่ได้เรียนหนังสือต่อ และพึ่งมาเรียนตอนอายุ 30 กว่า ส่วนเราได้เรียนตามปกติจบมานานแล้ว เรื่องเรียนโท ก็แค่อยากทดสอบความรู้ช่วงไฟแรงๆๆ เท่านั้นเอง

เขาพึ่งจบตรีตามด้วยการสอบติดปริญญาโท เขามีมานะ ถือว่าเขาเก่งคนหนึ่ง ทุกครั้งที่พูดคุยมีความขัดแย้งกันตลอด หนึ่งเพราะเขาไม่ใช่ ด.ช.โชติ ตอนเด็กๆ ที่ยิ้มอย่างเดียว เขาเป็นคนที่โกรธง่าย (หากพูดไม่ถูกหู)เถียง เหมือนเอาใจเป็นใหญ่ ฉันไม่ชอบ ก็ไม่ฟัง มันเหมือนคนไม่มีมารยาทในการฟัง เราไม่อยากพูด แต่นิสัยเราไม่ดี คือ กวนคนให้โมโห เก็บคำพูด แล้วค่อยย้อนทีหลัง ปัญหาก็เกิดขึ้น

ความเป็นเพื่อนระหว่างเราสองคนมันใกล้แตกดับ เหมือนแก้วที่ร้าว มันยิ่งร้าวไปเรื่อยๆ กำลังใกล้แตก ความรู้สึกดีๆ ตอนเด็ก เริ่มหมดไปจากใจเรา

...วันอวสานกำลังจะมาถึง